โดเมนเนม ความหมายโดยทั่วๆ ไป หมายถึง ชื่อเว็บไซต์ ชื่อบล็อก ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อให้จดจำและนำไปใช้งานได้ง่าย
ทั้ง ในการเข้าชมผ่านบราวเซอร์ของผู้ใช้ทั่วไป ยังรวมไปถึงผู้ดูแลระบบโดเมนเนมซีสเทม ที่สามารถแก้ไขไอพีแอดเดรสของชื่อโดเมนเนมนั้นๆ ได้ทันที
โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสที่มีการเปลี่ยนแปลง
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เผยแพร่เว็บไซต์ จะมีโดนเมนเนมเฉพาะไม่ซ้ำกับใคร

โดนเมนเนม มีด็อทอยู่หลายประเภทแต่ที่นิยมมากที่สุดนั้นก็คือ .com เพราะเป็นด็อทในยุคแรกๆ ที่เริ่มใช้กัน และง่ายต่อการจดจำ

ประเภทของ Domain Name แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
  1.  โดเมน 2 ระดับ   ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน
  2.  โดเมน 3 ระดับ   ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ


โดนเมนเนม 2 ระดับ  
จะประกอบด้วย  www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน เช่น www.b2ccreation.com
ประเภทของโดเมน คือ คำย่อขององค์กร โดยประเภทขององค์กรที่พบบ่อย มีดังต่อไปนี้

    * .com คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .org คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร
    * .net คือ องค์กรที่เป็นเกตเวย์ หรือ จุดเชื่อมต่อเครือข่าย
    * .edu คือ สถาบันการศึกษา
    * .gov คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .mil คือ องค์กรทางทหาร
    
โดนเมนเนม 3 ระดับ  
จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ เช่น www.kmitnb.ac.th, www.nectec.or.th, www.google.co.th
 
ประเภทขององค์กรที่พบบ่อยคือ

    * .co คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .ac คือ สถาบันการศึกษา
    * .go คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .net คือ องค์กรที่ให้บริการเครือข่าย
    * .or คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร

ตัวย่อของประเทศที่ตั้งขององค์กร

    * .th   คือ ประเทศไทย
    * .cn  คือ ประเทศจีน
    * .uk  คือ ประเทศอังกฤษ
    * .jp   คือ ประเทศญี่ปุ่น
    * .au  คือ ประเทศออสเตรเลีย
    

โดนเมนเนม ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่มองข้ามไม่ได้เลยสำหรับเว็บไซต์นั้นๆ โดยเฉพาะกับการโฆษณาบนอินเตอร์เน็ท ถ้าได้ชื่อที่เฉพาะเจาะจง ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจเป็นพื้นฐานเดิมอยู่แล้วนั้น จะทำให้โดเมนเนม หรือ เว็บไซต์นั้นๆ จะได้รับความสนใจและเป็นที่จดจำได้ง่ายไม่ใช่กับผู้เข้าชมหรือ
กลุ่ม เป้าหมายที่เข้ามาชมเว็บไซต์ผ่านโดมเนมเท่านั้นยังรวมไปถึง Search Engine ชื่อดังต่างๆ เช่น Google Yahoo MSN เป็นต้น ที่จะเข้ามาแวะเวียนเข้ามาทำ index กับเว็บเพจหน้าต่างๆ ในเว็บไซต์ของเรา

หลังจากจดโดนเม นเนมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดมานั้นก็คือ โฮสติ้ง (Hosting) หรือ ที่เก็บข้อมูลเว็บไซต์ของเรานั้นเอง ซึ่งโฮสติ้งแต่ละที่จะมี DNS หรือ Name Server ที่ทางผู้ให้บริการโฮสติ้ง จะเป็นคนกำหนดและแจ้งให้เราทราบเพื่อเอาไปใส่ให้โดมเมเนมของเรา
เช่น DNS ของ B2C Creation จะมีชื่อว่า NS1.B2CCREATION.COM และ NS2.B2CCREATION.COM ซึ่งคุณไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้
เพราะถ้าคุณจด Domain Nameและ ใช้บริการโฮสติ้งกับผู้ให้บริการคนเดียวกันจะไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ หรือแม้ว่าจะเป็นคนละคนกัน เพียงแค่นำ DNS ที่ได้ ไประบุให้กับโดเมนเนมนั้นตามที่ได้อธิบายไปแล้ว

ส่วนเรื่องราคาในท้องตลาดบ้านเรามีหลากหลายราคาแล้วแต่ความพึ่งพอใจ
ซึ่งทาง B2C Creation ของเราได้ให้บริการจดโดมเมเนมนี้ด้วยเช่นกัน
ท่านที่สนใจสามารถคลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ จด Domain Name

ที่สุดในโลก

posted on 01 Sep 2008 19:09 by kievy in StoryToday
ทวีปที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ ทวีปเอเซีย

ทวีปที่เล็กที่สุดในโลก คือ ทวีปออสเตรเลีย

คาบสมุทรที่ใหญ่ที่สุดโลก คือ คาบสมุทรอาหรับ

มหาสมุทรที่ใหญ่ที่สุด คือ มหาสมุทรแปซิฟิก

มหาสมุทรที่เล็กที่สุดในโลก คือ มหาสมุทรแอนตาร์กติก

ทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ ทะเลจีนใต้

ทะเลที่ลึกที่สุดในโลก คือ บริเวณ Challenger ใกล้เกาะมาเรียนา ในมหาสมุทรแปซิฟิก

ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ ทะเลสาบแคสเปียน อยู่ระหว่างทางใต้ของรัสเซียกับอิหร่าน


ทะเลสาบที่มีน้ำเค็มมากที่สุดในโลก คือ ทะเลสาบเดดซี อยู่ระหว่างอิสราเอลกับจอร์แดน

ทะเลสาบน้ำจืดที่ลึกที่สุดในโลก คือ ทะเลสาบไบคาล ในไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย

ทะเลสาบที่ตั้งอยู๋สูงที่สุดในโลก คือ ทะเลสาบกัลลาเซียล ในธิเบต

ทะเลสาบที่มนุษย์สร้างขึ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ ทะเลสาบมืด เหนือเขื่อนระหว่างรัฐเนวาดากับอริโซนา

อ่าวที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ อ่าวแม็กซิโก

ปากแม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลก คือ ปากแม่น้ำออฟเฟน โพรเซ็น ออ็ป ประเทศรัสเซีย

แม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก คือ แม่น้ำไนล์ ทวีปแอฟริกา

แม่น้ำที่สั้นที่สุดในโลก คือ แม่น้ำดีริเวอร์ รัญโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา

แม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลก คือ แม่น้ำอะเมซอน ทวีปอเมริกาใต้

แม่น้ำที่เกิดอุทกภัยมากที่สุดในโลก คือ แม่น้ำฮวงโห หรือแม่น้ำวิปโยค ประเทศจีน

คลองธรรมชาติที่ยาวที่สุดในโลก คือ คลองยุ่นโห ประเทศจีน

คลองที่มีความสำคัญทางเสรษฐกิจมากที่สุดในโลก คือ คลองสุเอช

หมู่เกาะที่มีเกาะต่างๆอยู๋หนาแน่นที่สุด คือ หมู่เกาะอินดีส

ช่องแคบที่ยาวที่สุดในโลก คือ ช่องแคบตาต้า

เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ เกาะกรีนแลนด์ มหาสมุทรอาร์คติก

ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก คือ ยอดเขาเอเวอเรสต์

เทือกเขาที่ยาวที่สุดในโลก คือ เทือกเขาแอนดีส ทวีปอเมริกาใต้


ช่องแคบระหว่างภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ ช่องแคบบนแกรนด์แคนยอน รัฐอริโวน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา

บอดภูเขาไฟที่สวยและสูงที่สุดในโลก คือ ภูเขาไฟฟูจิยามา ประเทศญี่ปุ่น

ทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดและร้อนที่สุดในโลก คือ ทะเลทรายซาฮาร่า ในแอฟริกาเหนือ

น้ำตกที่มีทัศนียภาพสวยงามและใหญ่ที่สุดในโลก คือ น้ำตกไนแองการา อยู่ระหว่างสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

ประเทศน้ำตกที่สูงที่สุดในโลก คือ น้ำตกแองเจิล ประเทศเวเนซูเอลา

ประเทศที่มีเนื้อที่มากที่สุดในโลก คือ รัสเซีย

ประเทศที่เล็กที่สุดในโลก คือ นครรัฐวาติกัน

ประเทศที่พลเมืองมากที่สุดในโลก คือ จีน


เมืองที่มีพลเมืองมากที่สุดในโลก คือ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ประเทศที่มีพลเมืองน้อยที่สุดในโลก คือนครรัฐวาติกัน

ประเทศที่มีเกาะมากที่สุดในโลก คือ ฟิลิปปินส์

ประเทศที่มีทะเลสาบมากที่สุดในโลก คือ ฟินแลนด์

ประเทศที่มีภูเขาไฟมากที่สุดในโลก คือ อินโดนีเซีย

ประเทศที่อยู่สูงที่สุดในโลก คือ ทิเบต

ประเทศที่มีพื้นที่ต่ำที่สุดในโลก คือ อิสราเอล

ประเทศที่มีแผ่นดินไหวบ่อยที่สุด คือ ญี่ปุ่น

ประเทศที่มีภาษามากที่สุดในโลก คือ อินเดีย


ประเทศที่มีเมืองขึ้นมากที่สุด คือ อังกฤษ

เมืองที่มีคลองมากที่สุด คือ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

ประเทศที่ขุดแร่ดีบุกมากที่สุด คือ มาเลเซีย

ประเทศที่ปลูกกาแฟมากที่สุด คือ บราซิล

ประเทศที่ผลิตกระดาษมากที่สุด คือ แคนาดา

ประเทศที่ขุดเพชรได้มากที่สุด คือ สหภาพแฟริกาใต้

ประเทศที่มีแร่เงินมากที่สุด คือ เม็กซิโก

ประเทศที่มียางพารามากที่สุด คือ มาเลเซีย


ประเทศที่มีทับทิมมากที่สุด คือ พม่า

ประเทศที่มีทองคำขาวมากที่สุด คือ รัสเซีย

ประเทศที่มีแร่พลวงมากที่สุด คือ จีน

ประเทศที่ขุดสินแร่อลูมิเนียมได้มากที่สุด คือ สวิสเซอร์แลนด์

ประเทศที่ผลิตหินอ่อนมากที่สุด คือ อิตาลี

ประเทศที่ผลิตแร่ปรอทได้มากที่สุด คือ สเปน

ประเทศที่มีถ่านหินมากที่สุด คือ สหรัฐอเมริกา

ประเทศที่มีแมงกานีสมากที่สุด คือ อินเดีย

ประเทศที่ประดิษฐ์และส่งดาวเทียมประเทศแรก คือ สหภาพโซเวียตรัสเซีย

ประเทศที่ส่งมนุษย์อวกาศไปดวงจันทร์ได้สำเร็จประเทศแรก คือ สหรัฐอเมริกา

ประเทศที่จับปลาได้มากที่สุด คือ ญี่ปุ่น

ประเทศที่ผลิตเหล้าองุ่นมากที่สุด คือ ฝรั่งเศศ

ประเทศที่ผลิตเบียร์มากที่สุด คือ เยอรมัน

ประเทศที่ปลูกอ้อยมากที่สุด คือ คิวบา

ประเทศที่มีต้นควินินมากที่สุด คือ อินโดนีเซีย

ประเทศที่ปลูกขายสาลีมากที่สุด คือ รัสเซีย

ประเทศที่ปลูกชามากที่สุด คือ จีน

ประเทศที่ปลูกฝ้ายมากที่สุด คือ สหรัฐอเมริกา

ประเทศที่มีปลูกข้าวเจ้าพันธุ์ดีที่สุด คือ ไทย

ดช.ปัญญาเป็นเด็กที่เกิดในเมืองแต่ย้ายไปอยู่ในชนบท วันหนึ่งไปซื้อแพะจากชาวนาในราคา 1000 บาทซึ่งชาวนายินดีที่จะส่งมอบแพะในวันรุ่งขึ้น

พอวันรุ่งขึ้น ชาวนาก็ไปหาดช.ปัญญาแล้วบอกว่า

"ข่าวร้ายหนูเพราะแพะเพิ่งตายไปเมื่อคืนที่แล้วเอง"

ดช.ปัญญา ก็บอกว่า "ไม่เป็นไร ถ้าเช่นนั้นคืนเงินให้ผมก็แล้วกัน"

"โอ เสียใจด้วยจริงๆ แต่ฉันใช้เงินนั่นหมดไปแล้ว" ชาวนาพูดด้วยสีหน้าเศร้าๆ

"ไม่เป็นไร ถ้างั้นเอาแพะตัวนั้นมาให้ฉัน"

"หนูจะเอาแพะตายไปทำอะไร" ชาวนาถามด้วยความฉงน

"ฉันจะเอาไปจับฉลากขาย"

"จะไปจับฉลากแพะที่ตายได้อย่างไร ใครจะไปซื้อ"

"ได้ซิ คอยดูละกัน"

จากนั้นชาวนาก็มอบแพะที่ตายให้ดช.ปัญญาไป

หนึ่งเดือนผ่านไป......ชาวนาพบกับดช.ปัญญาจึงถามว่าตกลงเอาแพะที่ตายไปทำอะไร

"ฉันก็ทำฉลาก 500 ใบ ขายใบละ 10 บาท แล้วบอกว่าใครดวงดีจับฉลากได้ก็ได้แพะไปเลย 1 ตัว"

"ฉันได้เงินมา 5000 บาท ได้กำไรหลังจากหักที่จ่ายให้ลุงชาวนาไปแล้ว 3990 บาท"

"แล้วไม่มีคนโวยวายหรือ(เพราะแพะตายแล้ว)" ชาวนาถามด้วยความสงสัย

"ก็มี มีคนเดียวคือคนที่จับฉลากได้ และฉันก็แค่คืนเงินค่าฉลากจำนวน 10 บาทให้คนๆนั้นไป"

ในเรื่องบอกว่า ดช.ปัญญาต่อมาเติบโตและเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างมาก......

เรื่องราวแบบนี้เป็นสิ่งที่คนอินเดียสอนกัน........ที่ สำคัญก็คือการแก้ไขปัญหาและแก้ไขสถานการณ์ที่เผชิญหน้าหรือคิดคำตอบโจทย์ ที่ยากๆ ซึ่งคนอินเดียจะเก่งในเรื่องแบบนี้มาก

คนอื่นอาจไม่ได้สังเกตุ แต่ผมเห็นว่าส่วนหนึ่งได้มีการถ่ายทอดความรู้แบบนี้ผ่านทางการ์ตูนพื้นบ้าน ซึ่งขายในราคาถูกมาก ทำให้เด็กไม่ว่าจะอยู่ในรัฐที่ห่างไกลหรือยากจนก็สามารถเรียนรู้วิธีคิด ผ่านสื่อเหล่านี้ได้

เปรียบกับของไทยก็น่าจะได้แก่ศรีธนญชัยที่มีปัญญาและไหวพริบ ฉลาดหลักแหลม....

แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่า ความเป็นศรีธนญชัยหายสาบสูญไปจากสังคมไทยนานแล้วและบางครั้งถูกมองว่าเป็นความฉลาดในด้านไม่ดีด้วยซ้ำไป

สมอง ถ้าไม่ได้ใช้ ไม่นานก็ฝ่อ

คนอินเดียจึงเป็นนักคิดนักแก้ปัญหาที่เก่งมาตั้งแต่ โบราณกาลและยังสามารถสืบเนื่องมาจนทุกวันนี้ ด้วยองค์ประกอบทางด้านการศึกษาและภาษา

 

ที่มา www.tttonline.net